บริการตรวจสอบไฟฟ้าและรับรองความปลอดภัยระบบไฟฟ้า

ใบอนุญาตนิติบุคคล มาตรา 11
บริการตรวจสอบรับรองระบบไฟฟ้าประจำปี
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
กรมโรงงาน

รับตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าโรงงาน อาคาร และสถานประกอบการประจำปี โดยบริษัทผู้ได้รับใบอนุญาตนิติบุคคล มาตรา 11 เลขที่ 0302-03-2565-0005 และวิศวกรไฟฟ้าผู้ขึ้นทะเบียน ม.9 และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (ใบ กว.)

ครอบคลุมทั้งประกาศกรมสวัสดิการฯ 2568 และประกาศกรมโรงงาน 2567

✓ บริการตรวจสอบระบบไฟฟ้า ทั่วประเทศ ✓ ใบอนุญาต ม.9 + ม.11 + วิศวกร กว. ✓ ครบทั้งกรมสวัสดิการ และกรมโรงงาน
ขอใบเสนอราคาฟรี →

Latest Update · January 2025

ประกาศกรมสวัสดิการฯ ฉบับใหม่ 2568

ประกาศฉบับใหม่ลงราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนพิเศษ 8 ง · 13 มกราคม 2568 ยกเลิกประกาศเดิมฉบับ 2558 ที่ใช้มากว่า 10 ปี — มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่นายจ้างและสถานประกอบกิจการต้องทราบ

ฉบับเดิม 2558 ยกเลิก
15 วัน

นับแต่วันที่ตรวจสอบ

ช่องทางยื่น

เอกสาร · ไปรษณีย์

บังคับใช้
ฉบับใหม่ 2568 ปัจจุบัน
30 วัน

นับแต่วันที่ตรวจสอบเสร็จสิ้น

ช่องทางยื่น

e-Service เป็นช่องทางหลัก · เอกสาร · ไปรษณีย์ลงทะเบียน

⚠️

ประเด็นสำคัญที่ตลาดเข้าใจผิด

นิยามคำว่า "ตรวจสอบเสร็จสิ้น" ในประกาศ 2568 ตลาดส่วนใหญ่ตีความว่าเริ่มนับ 30 วัน หลังเข้าตรวจหน้างานครั้งแรก — ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ทำให้ผู้ตรวจสอบต้องเซ็นรับรองทั้งที่ระบบยังไม่แก้ไขเสร็จ

✓ APS ได้ทำหนังสือหารือกับกรมสวัสดิการฯ โดยตรง และได้รับคำตอบยืนยันว่า "ตรวจสอบเสร็จสิ้น" หมายถึง เสร็จทุกขั้นตอน รวมการแก้ไขและเซ็นรับรองแล้ว

อ่านรายละเอียดทั้งหมด · ประกาศฉบับเต็ม + แบบฟอร์ม + 5 ประเด็นจากกรมฯ →

รวมหนังสือตอบหารือ รง 0504/11767 · ประกาศฉบับเต็มจากราชกิจจาฯ · ดาวน์โหลด PDF

ทีมงาน APS - บริษัท แอซเซ็ท เพอฟอร์แมนซ์ โซลูชั่น จำกัด ถ่ายหน้าออฟฟิศ ทีมวิศวกรตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้า มาตรา 9 และ 11

About APS

บริษัท แอซเซ็ท เพอฟอร์แมนซ์ โซลูชั่น จำกัด

เราเป็นนิติบุคคลผู้ได้รับใบอนุญาตให้บริการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้า ตามมาตรา 11 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 พร้อมทีมวิศวกรไฟฟ้าผู้ขึ้นทะเบียน ม.9 และได้รับใบ กว. ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ให้บริการตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปีแก่นายจ้าง สถานประกอบกิจการ และโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ — ตรวจสอบตามแบบฟอร์มและประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ฉบับใหม่ พ.ศ. 2568 โดยทีมวิศวกรไฟฟ้าและรายงานที่ลงนามรับรองในนามนิติบุคคลตามมาตรา 11

ใบอนุญาตมาตรา 11 เลขที่
0302-03-2565-0005
ผู้ตรวจสอบมาตรา 9
วิศวกรไฟฟ้าผู้ขึ้นทะเบียน
หน่วยงานรับรอง
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
มาตรฐานที่ใช้
วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.)
เขตให้บริการ
ทั่วประเทศ

Why Annual Inspection

ทำไมต้องตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปี?

การตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปีไม่ใช่แค่ "ความสมัครใจ" แต่เป็นหน้าที่ตามกฎหมายที่นายจ้างต้องปฏิบัติ เพื่อความปลอดภัยของลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ — โดยรัฐกำหนดให้ผ่านระบบผู้ตรวจสอบที่ขึ้นทะเบียนเพื่อรับรองความถูกต้องน่าเชื่อถือ

1

เหตุผลที่ 1

กฎหมายบังคับ — เพื่อความปลอดภัยของลูกจ้าง

ระบบไฟฟ้าที่ไม่ได้รับการดูแลตรวจสอบเป็นสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุทางไฟฟ้าและไฟไหม้ในสถานประกอบกิจการ — รัฐจึงบังคับให้นายจ้างดูแลระบบไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพปลอดภัยตลอดเวลา ไม่ใช่ทางเลือก

อ้างอิงกฎหมาย

พรบ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 — กำหนดหน้าที่ของนายจ้างในการจัดให้มีสถานประกอบกิจการที่มีความปลอดภัย

กฎกระทรวง พ.ศ. 2558 — กำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับไฟฟ้า กำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้าเพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

ไม่ตรวจ = ผิดกฎหมาย มีโทษทางอาญา
2

เหตุผลที่ 2

ป้องกันเพลิงไหม้และอุบัติเหตุทางไฟฟ้า

ระบบไฟฟ้าเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน — จุดต่อหลวม เกิดความร้อนสะสม, ไฟฟ้ารั่วลงโครง — ปัญหาเหล่านี้มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะเช่น Thermoscan และ Voltage Detector ในการตรวจหา หากปล่อยไว้นานอาจเป็นต้นเหตุของเพลิงไหม้และไฟฟ้าลัดวงจร

⚠️ ความเสี่ยงที่พบบ่อย

จุดร้อน (Hot spot) ในตู้ MDB / DB — จุดต่อหลวมเกิดความร้อนผิดปกติ เป็นต้นเหตุของเพลิงไหม้

ฉนวนเสื่อม — ไฟรั่วลงดิน/โครงเหล็ก อันตรายถึงชีวิตสำหรับคนสัมผัส

ระบบป้องกันไม่ถูกต้อง — ขนาด Breaker กับสายไฟไม่เหมาะสมกัน, อุปกรณ์ป้องกันไม่ครอบคลุม เสี่ยงต่อระบบป้องกันทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ

ตรวจสอบตามมาตรฐาน วสท. — มาตรฐานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย กำหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานการติดตั้ง ขนาดสายไฟ และขนาด Breaker ที่เหมาะสม

ตรวจพบก่อนเสียหาย ลด downtime

สรุป: การตรวจสอบไฟฟ้าประจำปี = หน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อคุ้มครองลูกจ้าง + การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน เพื่อป้องกันความสูญเสียจากเพลิงไหม้และอุบัติเหตุทางไฟฟ้าก่อนเกิดเหตุจริง

Legal Framework

กฎหมายที่กำหนดให้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปี

นายจ้างทุกประเภทที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไปต้องจัดให้มีการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้าอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 และประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ฉบับล่าสุด พ.ศ. 2568

พรบ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554

หน่วยงานกำกับ
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน
บังคับใช้กับ
สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป (โรงงาน อาคาร สำนักงาน คอนโด โรงแรม โรงพยาบาล ฯลฯ)
วัตถุประสงค์
คุ้มครองความปลอดภัยของลูกจ้างจากระบบไฟฟ้าในที่ทำงาน
ประกาศที่เกี่ยวข้อง
ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ฯ ฉบับ พ.ศ. 2568 (ราชกิจจาฯ 13 ม.ค. 2568) — ยกเลิกฉบับ 2558
ผู้มีอำนาจตรวจสอบและรับรอง
บุคคลที่ขึ้นทะเบียน มาตรา 9 หรือ นิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาต มาตรา 11
ความถี่
อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
การส่งรายงาน
ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ตรวจสอบเสร็จสิ้น ผ่าน e-Service เป็นช่องทางหลัก

Required Establishments

ใครต้องตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปี?

1+

ผู้มีหน้าที่ตามกฎหมาย

นายจ้างทุกประเภทที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป

ต้องจัดให้มีการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้าของสถานประกอบกิจการ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554

ตัวอย่างสถานประกอบกิจการที่ต้องตรวจสอบ

01

โรงงานอุตสาหกรรม

โรงงานผลิตทุกประเภท ทุกขนาด ที่มีลูกจ้าง

02

อาคารสำนักงาน

บริษัทเอกชน หน่วยงานรัฐ co-working space

03

โรงแรม / รีสอร์ท / ที่พัก

สถานที่พักที่มีพนักงานบริการประจำ

04

โรงพยาบาล / คลินิก

สถานพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุข

05

ห้างสรรพสินค้า / Community Mall

ศูนย์การค้าและร้านค้าปลีกขนาดใหญ่

06

ปั๊มน้ำมัน / สถานีชาร์จ EV

สถานีบริการเชื้อเพลิงและสถานีชาร์จไฟฟ้า

07

นิติบุคคลคอนโด / หมู่บ้าน

อาคารชุดที่มี รปภ. แม่บ้าน หรือพนักงานประจำ

08

สถานประกอบกิจการอื่น

ทุกประเภทที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป

กรณีศึกษา

อาคารหลายผู้เช่า — ใครต้องตรวจสอบระบบไฟฟ้า?

ตัวอย่างอาคารสำนักงานที่มี 3 บริษัทเช่าพื้นที่อยู่ — เป็นคำถามที่พบบ่อยในตลาดว่าใครต้องตรวจสอบส่วนไหน คำตอบจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานคือ "หน้าที่ร่วมกัน"

หลักการ

มาตรา 8 — หน้าที่ร่วมกันของนายจ้างทุกราย

ตาม พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 8 ในกรณีที่สถานที่หนึ่งมีสถานประกอบกิจการหลายแห่งตั้งอยู่รวมกัน นายจ้างทุกรายในสถานที่นั้นมีหน้าที่ร่วมกันในการดำเนินการด้านความปลอดภัย — หมายความว่าทั้งเจ้าของอาคาร/นิติบุคคล และบริษัทผู้เช่าทุกราย ต่างมีหน้าที่รับผิดชอบร่วมกันในการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า

โครงสร้างอาคารสมมติ

ชั้น 4

บริษัท C

ผู้เช่า

ชั้น 3

บริษัท B

ผู้เช่า

ชั้น 2

บริษัท A

ผู้เช่า

ชั้น 1 + พื้นที่ส่วนกลาง

โถงล็อบบี้ ลิฟต์ ระบบไฟ
หม้อแปลง ห้องเครื่อง ที่จอดรถ

เจ้าของ/นิติบุคคล

3 หน้าที่ของผู้เช่า (ตามคำตอบของกรมฯ)

01

ตรวจสอบระบบไฟฟ้าในพื้นที่ของตน

หากเจ้าของอาคารไม่ได้ตรวจครอบคลุมเข้ามาถึงพื้นที่เช่า — ผู้เช่าต้องจัดให้มีการตรวจสอบเอง (แต่ถ้าครอบคลุมแล้ว ไม่ต้องตรวจซ้ำ)

02

ส่งรายงานต่อพนักงานตรวจความปลอดภัย

แม้ผู้เช่าจะไม่ได้เป็นคนจัดหาผู้ตรวจสอบเอง ก็ยังมีหน้าที่ต้องนำบันทึกผลการตรวจสอบไปยื่นต่อกรมสวัสดิการฯ ในนามตนเอง

03

ดูแลและบำรุงรักษาอุปกรณ์ในพื้นที่ตน

ปลั๊ก สวิตช์ ตู้ DB ภายในพื้นที่ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินกิจการของตน — ต้องดูแลให้ใช้งานได้ปลอดภัยอยู่เสมอ

2 สถานการณ์ที่พบบ่อยในทางปฏิบัติ

A · กรณีดี

เจ้าของอาคารตรวจครอบคลุม
เข้ามาถึงพื้นที่เช่าแล้ว

  • ผู้เช่าไม่ต้องตรวจซ้ำ — ใช้ผลการตรวจของอาคารได้เลย
  • ผู้เช่าขอสำเนาบันทึกผลจากเจ้าของอาคาร
  • นำไปยื่นต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยในนามบริษัทตน
  • ดูแลอุปกรณ์ในพื้นที่ของตนต่อเนื่อง
B · กรณีพบบ่อย

เจ้าของอาคารตรวจเฉพาะ
พื้นที่ส่วนกลาง

  • ผู้เช่าต้องจัดให้มีการตรวจสอบเองในพื้นที่ของตน
  • ใช้ผู้ตรวจสอบที่ขึ้นทะเบียน ม.9 หรือ ม.11
  • นำผลไปยื่นต่อพนักงานตรวจความปลอดภัย
  • ดูแลและบำรุงรักษาอุปกรณ์ภายในพื้นที่

ที่มาของข้อมูล

สรุปจากข้อหารือเรื่อง "การตรวจสอบและจัดให้มีการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้า" กรณีผู้เช่าพื้นที่สำนักงานในอาคารชุดและห้างสรรพสินค้า ในหนังสือรวมข้อหารือปัญหากฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน ปี 2568 หน้า 22–24 จัดทำโดยกองความปลอดภัยแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กรุงเทพฯ, 2568)

ℹ️

ข้อยกเว้น: บ้านพักอาศัยส่วนตัวที่ไม่มีลูกจ้าง ไม่อยู่ในขอบเขตของ พรบ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554

Inspection Scope · 4 Areas

ขอบเขตการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้า

ครอบคลุมทุกส่วนของระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้าตามแบบฟอร์มกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 2568 และมาตรฐาน วสท. (วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย)

01

ระบบจ่ายไฟฟ้าหลัก

Main Power Distribution

  • หม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer)
  • ตู้ MDB / Main Distribution Board
  • Single Line Diagram
  • ระบบสายดิน (Grounding System)
  • การวัดค่าความต้านทานหลักดิน
02

บริภัณฑ์ไฟฟ้าและการกระจายโหลด

Equipment & Load Distribution

  • ตู้ DB / Distribution Board ย่อย
  • Circuit Breaker และอุปกรณ์ป้องกัน
  • สายไฟฟ้าและอุปกรณ์เดินสาย
  • เต้ารับและสวิตช์
  • การติดตั้งตามมาตรฐาน วสท.
03

การตรวจสอบเชิงป้องกัน

Preventive Inspection

  • ถ่ายภาพความร้อนด้วย Thermoscan
  • ตรวจหาจุดที่มีความร้อนผิดปกติ
  • ประเมินสภาพการเสื่อมของอุปกรณ์
  • คำแนะนำในการบำรุงรักษา
  • กำหนดอายุการใช้งานของอุปกรณ์
04

การจัดทำรายงานและรับรอง

Report & Certification

  • บันทึกผลตามแบบกรมสวัสดิการฯ
  • รายงานตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้า
  • ลงนามรับรองโดยวิศวกรมาตรา 9
  • ออกในนามนิติบุคคลมาตรา 11
  • คำแนะนำการแก้ไขข้อบกพร่อง

Calibrated Equipment

เครื่องมือมาตรฐานที่ใช้ตรวจสอบ

เครื่องมือทั้งหมดผ่านการ สอบเทียบ (Calibration) เป็นประจำทุกปี ตามมาตรฐานสากล เพื่อความแม่นยำและความน่าเชื่อถือของผลการตรวจสอบ

6+

เครื่องมือมาตรฐาน
ครอบคลุมทุกการตรวจ

100%

สอบเทียบประจำทุกปี
มีใบรับรองครบถ้วน

ม.9 + ม.11

ใช้งานโดยทีมวิศวกรผู้ขึ้นทะเบียน
เลขใบอนุญาต 0302-03-2565-0005

ทั่วประเทศ

รับตรวจสอบระบบไฟฟ้า
โรงงานและอาคาร

IR

Thermoscan

Infrared Camera

กล้องถ่ายภาพความร้อน Infrared ตรวจหาจุดร้อนผิดปกติในตู้ไฟฟ้า ข้อต่อ และอุปกรณ์

V~

Voltage Detector

Non-contact Voltage Test

เครื่องตรวจหาแรงดันไฟฟ้าแบบไม่สัมผัส (Non-contact) ใช้ตรวจไฟรั่วของตู้/อุปกรณ์ก่อนสัมผัสเพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน

Ω

Earth Resistance Tester

Ground Resistance

เครื่องวัดค่าความต้านทานของระบบสายดิน ตรวจสอบประสิทธิภาพการต่อลงดิน

A

Clamp Meter

Current Measurement

เครื่องวัดกระแสไฟฟ้าแบบหนีบ วัดโหลดในแต่ละเฟส โดยไม่ต้องตัดสาย

GFI

Receptacle Tester

Outlet & Wiring

เครื่องตรวจสอบสายดินของเต้ารับไฟฟ้า ความถูกต้องของการต่อสาย และการเดินสาย

V

Multimeter

Voltage & Continuity

เครื่องวัดค่าทางไฟฟ้าอเนกประสงค์ — แรงดัน กระแส ความต้านทาน และทดสอบความต่อเนื่อง (Continuity) ของวงจร

Trusted Brandsใช้เครื่องมือชั้นนำจากแบรนด์ FLIR · Fluke · Kyoritsu · Metrel · HIKMICRO · UNI-T และอื่น ๆ ตามมาตรฐานสากล

Our Process · 6 Steps

ขั้นตอนการให้บริการตรวจสอบระบบไฟฟ้า 6 ขั้นตอน

  1. 1
    ติดต่อและให้ข้อมูลเบื้องต้น
    ลูกค้าแจ้งข้อมูลโรงงาน/สถานประกอบกิจการ ขนาดระบบไฟฟ้า จำนวนหม้อแปลง จำนวนตู้ MDB/DB และส่งเอกสารเดิมที่มีให้ APS พิจารณา
  2. 2
    ประเมินและเสนอราคา
    APS จัดทำใบเสนอราคาที่ชัดเจนตามขอบเขตการตรวจสอบ ระบุรายละเอียดบริการที่ครอบคลุม และจัดส่งให้ลูกค้าพิจารณาฟรี
  3. 3
    เข้าตรวจสอบหน้างาน
    วิศวกรไฟฟ้าผู้ขึ้นทะเบียน ม.9 และได้รับใบ กว. ดำเนินการตรวจสอบตามแบบฟอร์มกรมสวัสดิการฯ พร้อมเครื่องมือมาตรฐาน Thermoscan, Voltage Detector, Earth Resistance Tester
  4. 4
    ออกรายงานฉบับเบื้องต้นให้ตรวจสอบ
    APS จัดทำรายงานฉบับเบื้องต้นจากการตรวจหน้างาน ส่งให้เจ้าของอาคาร/นายจ้างตรวจสอบและ comment รายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อความถูกต้อง
  5. 5
    เจ้าของแก้ไขตาม Comment เฉพาะ APS
    เจ้าของอาคาร/นายจ้างดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องตามคำแนะนำในรายงานฉบับเบื้องต้น APS ติดตามและให้คำปรึกษาจนแก้ไขแล้วเสร็จครบถ้วน หรือในกรณีที่ต้องใช้เวลาแก้ไขนานกว่าปกติ จะจัดทำเอกสารยืนยันแผนการดำเนินการแก้ไขเป็นหลักฐาน — ไม่ทิ้งลูกค้าไว้กลางทาง
  6. 6
    ลงนามรับรอง จัดทำและส่งมอบรายงาน
    APS จัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ ลงนามรับรองในนามนิติบุคคลมาตรา 11 (เลขที่ 0302-03-2565-0005) พร้อมลงนามโดยวิศวกรมาตรา 9 ส่งมอบให้นายจ้างและยื่นต่อกรมสวัสดิการฯ ภายใน 30 วันนับแต่วันตรวจสอบเสร็จสิ้น (รวมการแก้ไขแล้ว)

Frequently Asked Questions

คำถามที่พบบ่อย — บริการตรวจสอบระบบไฟฟ้า

ใครต้องตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปีตามกฎหมาย?

นายจ้างทุกประเภทที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป มีหน้าที่ตามมาตรา 6 พรบ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ในการจัดให้มีการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้าของสถานประกอบกิจการอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

รวมทั้งโรงงานอุตสาหกรรม อาคารสำนักงาน นิติบุคคลคอนโด โรงแรม โรงพยาบาล และสถานประกอบกิจการทุกประเภทที่มีลูกจ้าง

หมายเหตุ: บ้านพักอาศัยส่วนตัวที่ไม่มีลูกจ้าง ไม่อยู่ในขอบเขตของ พรบ.ความปลอดภัยฯ 2554

การตรวจสอบของ APS ครอบคลุมการตรวจสอบตามกฎหมายโรงงานด้วยหรือไม่? อ้างอิงประกาศ

ใช่ครับ — APS ให้บริการครอบคลุมทั้ง 2 กฎหมาย

สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม กฎหมายกำหนดให้ต้องตรวจสอบและยื่นรายงาน 2 ฉบับแยกกัน — เนื้อหาการตรวจสอบและแนวทางเหมือนกัน ต่างกันเพียงเอกสารรายงานและผู้ลงนามรับรอง:

ฉบับที่ 1 — กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 2568

ครอบคลุมในฐานะ: นายจ้าง (มีลูกจ้าง)
ลงนามรับรองโดย: บุคคลขึ้นทะเบียน ม.9 หรือนิติบุคคลใบอนุญาต ม.11
ยื่นต่อ: พนักงานตรวจความปลอดภัย กรมสวัสดิการฯ

ฉบับที่ 2 — กรมโรงงานอุตสาหกรรม

ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม 2567 (เล่ม 142 ตอนพิเศษ 15 ง ราชกิจจานุเบกษา 22 มกราคม 2568)

ครอบคลุมในฐานะ: ผู้ประกอบกิจการโรงงาน
ลงนามรับรองโดย: วิศวกรไฟฟ้าผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (ใบ กว.)
ยื่นต่อ: พนักงานเจ้าหน้าที่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม

APS ให้บริการครบทั้ง 2 ฉบับด้วยการตรวจสอบครั้งเดียว

เนื่องจากมีทั้งนิติบุคคล ม.11 (ใบอนุญาตเลขที่ 0302-03-2565-0005) และวิศวกรไฟฟ้าผู้ขึ้นทะเบียน ม.9 และได้รับใบ กว. สามารถออกรายงานพร้อมลงนามรับรองได้ครบทั้ง 2 ฉบับ จากการตรวจครั้งเดียว ไม่ต้องเรียกผู้ตรวจ 2 ทีม

การตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปีต้องทำเมื่อไหร่ และทำบ่อยแค่ไหน?

ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน นายจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้าของสถานประกอบกิจการ อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง โดยบุคคลที่ขึ้นทะเบียน มาตรา 9 หรือนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาต มาตรา 11

30 วันส่งรายงานนับจากเมื่อไร — ตรวจครั้งแรก หรือ ตรวจเสร็จสิ้นจริง? อ้างอิงหนังสือกรมฯ

ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ข้อ 4 ต้องส่งรายงานภายใน 30 วันนับแต่วันที่ "ตรวจสอบเสร็จสิ้น" — แต่คำว่า "เสร็จสิ้น" มีการตีความต่างกัน:

❌ ตลาดส่วนใหญ่เข้าใจว่า: นับจากวันเข้าตรวจหน้างานครั้งแรก ผลคือผู้ตรวจสอบต้องเซ็นรับรองทั้งที่ระบบยังไม่แก้ไข

✓ คำตอบจริงจากกรมสวัสดิการฯ: "ตรวจเสร็จสิ้น" หมายถึง วันที่นายจ้างได้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องเสร็จและครบถ้วนก่อน จึงจะสามารถจัดทำและแจ้งบันทึกผลการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าได้ — สอดคล้องกับ wording "รับรองหลังการแก้ไข" ในแบบฟอร์มกรมสวัสดิการฯ 2568

อ้างอิง

หนังสือกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ที่ รง 0504/11767 ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2568
ตอบกลับหนังสือหารือของ APS ที่ APS68-144 ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2568

APS เป็นผู้ทำหนังสือหารือกับกรมฯ โดยตรง เพื่อให้แนวปฏิบัติตรงตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

เริ่มตรวจปลายปี แต่แก้ไขข้อบกพร่องเสร็จข้ามปี — นับเป็นการตรวจสอบของปีไหน? อ้างอิงหนังสือกรมฯ

เป็นกรณีที่พบบ่อยในโรงงานขนาดใหญ่ — ระบบไฟฟ้าซับซ้อน ใช้เวลาแก้ไขข้อบกพร่องลากข้ามปีปฏิทิน — APS จึงทำหนังสือหารือกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเพื่อความชัดเจนทางกฎหมาย

คำถามจาก APS

หนังสือ APS68-144 ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2568 (ข้อ 5)

"กรณีนายจ้างของสถานประกอบกิจการ ดำเนินการแก้ไข ปรับปรุง ตามคำแนะนำ ความเห็น และข้อเสนอแนะของผู้ดำเนินการตรวจสอบ แล้วเสร็จเกินวันสิ้นปีปฏิทินในปีที่นายจ้างจัดให้มีการตรวจสอบฯ บุคคลหรือนิติบุคคลผู้ให้บริการที่ได้ลงลายมือชื่อรับรองบันทึกผลฯ หลังปีปฏิทินนั้น และนายจ้างของสถานประกอบกิจการได้แจ้งบันทึกผลภายใน 30 วัน ยังถือได้ว่านายจ้างได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขของข้อ 3 และข้อ 4 ในประกาศดังกล่าว ใช่หรือไม่"

คำตอบจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

หนังสือ ที่ รง 0504/11767 ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2568 (ประเด็นที่ 5)

"กรณีนายจ้างได้ดำเนินการแก้ไข ปรับปรุง ตามคำแนะนำ ความเห็น และข้อเสนอแนะของผู้ดำเนินการตรวจสอบแล้วเสร็จเกินวันสิ้นปีปฏิทิน ถือว่านายจ้างได้จัดให้มีการตรวจสอบและจัดให้มีการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้าของสถานประกอบกิจการเสร็จสิ้นในปีนั้นดังกล่าว โดยหากในปีที่ผ่านมานายจ้างไม่ได้จัดให้มีการตรวจสอบดังกล่าว ถือว่านายจ้างปฏิบัติไม่สอดคล้องตามข้อ 3 และข้อ 4 แห่งประกาศฯ"

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการตีความข้อกฎหมายเฉพาะกรณี สามารถสอบถามกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเพื่อความชัดเจน

ค่าบริการตรวจสอบระบบไฟฟ้าคิดอย่างไร?

ค่าบริการขึ้นอยู่กับ:

  • ขนาดของระบบไฟฟ้าและจำนวนหม้อแปลง
  • จำนวนตู้ไฟ MDB / DB ย่อย
  • ขนาดพื้นที่และความซับซ้อนของระบบ
  • ขอบเขตเพิ่มเติม เช่น วาด Single Line Diagram เพิ่ม (สำหรับสถานประกอบการที่ไม่มี Single Line Diagram เดิม)

ติดต่อ APS เพื่อขอใบเสนอราคาฟรี — ไม่มีค่าใช้จ่ายในการประเมิน เพียงแจ้งจำนวนและขนาดของหม้อแปลง MDB DB หรือส่ง Single Line Diagram ของสถานประกอบการมา สามารถเสนอราคาได้ทันที

ขอบเขตการตรวจสอบครอบคลุมอะไรบ้าง?

ครอบคลุมทุกส่วนของระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้าตามแบบฟอร์มกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน:

  • หม้อแปลงไฟฟ้า, ตู้ MDB/DB, ระบบสายดิน
  • Circuit Breaker, สายไฟและอุปกรณ์เดินสาย
  • การถ่ายภาพความร้อนด้วย Thermoscan
  • ค่าความต้านทานหลักดิน, การตรวจสอบตามมาตรฐาน วสท. (วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย)
  • มาตรฐาน วสท. (วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย)
เครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบมีอะไรบ้าง?

เครื่องมือทั้งหมดผ่านการสอบเทียบทุกปี:

  • Thermoscan — กล้องถ่ายภาพความร้อน (Infrared Camera)
  • Voltage Detector — เครื่องตรวจหาแรงดันไฟฟ้าแบบไม่สัมผัส
  • Earth Resistance Tester — วัดค่าความต้านทานหลักดิน
  • Clamp Meter — วัดกระแสไฟฟ้า
  • Receptacle Tester — ตรวจเต้ารับ
  • Multimeter — วัดแรงดัน กระแส และความต่อเนื่องของวงจร

เครื่องมือทั้งหมดเลือกใช้จากแบรนด์ชั้นนำ เช่น FLIR, Fluke, Kyoritsu, Metrel, HIKMICRO และ UNI-T พร้อมใบรับรองสอบเทียบครบถ้วน

ถ้าตรวจสอบแล้วพบข้อบกพร่อง ต้องทำอย่างไร?

APS จะให้คำแนะนำการแก้ไขที่ชัดเจนพร้อมระยะเวลาที่เหมาะสม จากนั้นติดตามการดำเนินการของลูกค้าจนกว่าจะ:

  • แก้ไขข้อบกพร่องแล้วเสร็จครบถ้วน หรือ
  • ในกรณีที่ต้องใช้เวลาแก้ไขนานกว่าปกติ — ส่งเอกสารยืนยันแผนการดำเนินการแก้ไขเป็นหลักฐาน

จากนั้น APS จะจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ ลงนามรับรอง และยื่นต่อกรมสวัสดิการฯ ภายใน 30 วันนับแต่วันตรวจสอบเสร็จสิ้น (รวมการแก้ไขแล้ว — ดูคำอธิบายเพิ่มเติมในคำถามที่ 4)

ลูกค้าได้ประโยชน์:

  • รายงานสมบูรณ์ในฉบับเดียว ไม่ต้องส่งซ้ำ
  • สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย
  • แผนการแก้ไขสอดคล้องกับงบประมาณและตารางงานของสถานประกอบการ
APS ให้บริการในพื้นที่ใดบ้าง?

APS ให้บริการตรวจสอบระบบไฟฟ้าทั่วประเทศ ทั้งกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด ครอบคลุม:

  • โรงงานอุตสาหกรรมทุกประเภท
  • สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้าง
  • อาคารสำนักงาน, นิติบุคคลคอนโด, โรงแรม
  • โรงพยาบาล, ห้างสรรพสินค้า
  • สถานี EV, ปั๊มน้ำมัน